เคยไหม ? เห็นภาพถ่ายแสงออโรร่าสีเขียวเต้นระบำบนท้องฟ้าแล้วใจฟู จนต้องสัญญากับตัวเองว่า “ชีวิตนี้ต้องไปดูด้วยตาตัวเองให้ได้สักครั้ง!”
นอร์เวย์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการชมแสงเหนือ สำหรับมือใหม่ คำถามแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวมักจะเป็น ล่าแสงเหนือนอร์เวย์ ไปเดือนไหนดี ? ต้องไปเมืองไหนถึงจะเห็นชัด ? แล้วสภาพอากาศเป็นยังไง ต้องแต่งตัวยังไงไม่ให้ยืนหนาวสั่นจนเที่ยวไม่สนุก บทความนี้จะมาสรุปแบบเข้าใจง่าย แพลนตามได้จริง ทั้งเรื่องฤดูกาล เมืองไฮไลต์ และเทคนิคการเตรียมชุดกันหนาวฉบับจัดเต็ม ปักหมุดแล้วตามมาเลย
สรุปสั้น: แพลนล่าแสงเหนือนอร์เวย์ฉบับรวบรัด (เซฟเก็บไว้ใช้ได้เลย!)
- แนะนำ 3 เมืองยอดนิยมสำหรับดูแสงเหนือ: Tromsø (เดินทางสะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกครบ), Alta (ฟ้าเปิดบ่อย โอกาสเห็นสูง) และ Lofoten (วิวเกาะและฟยอร์ดอลังการ)
- ก่อนไปทริปต้องเช็กอะไรบ้าง: นอกจากการเช็กแอปพลิเคชันพยากรณ์แสงเหนือ (ค่า KP Index) แล้ว เรื่องที่มือใหม่มักพลาดคือการลืมเช็กความเร็วลม และเปอร์เซ็นต์เมฆบนท้องฟ้า เพราะต่อให้ค่าแสงเหนือสูงแค่ไหน แต่ถ้าเมฆบังหนาหรือพายุเข้าก็อดมองเห็นครับ
- ควรแต่งตัวยังไง: ทริปล่าแสงเหนือส่วนใหญ่ต้องยืนนิ่ง ๆ กลางแจ้งตอนดึก อากาศจะหนาวกว่าปกติมาก หัวใจสำคัญคือการแต่งตัวแบบ Layering 3 ชั้น โดยเลือกเสื้อตัวนอกสุดที่กันลมและกันหิมะได้ดี สวมรองเท้าบูทลุยหิมะที่มีดอกยางลึกหนาคู่กับแผ่นร้อน (Hot Pack) แปะถุงเท้า กันเท้าชาจนเดินไม่ไหวครับ
ทริปล่าแสงเหนือนอร์เวย์ ไปเดือนไหนดีที่สุด ?
นอร์เวย์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีปรากฏการณ์แสงเหนือให้ชมยาวนานหลายเดือน แต่การจะเจอท้องฟ้าที่มืดสนิทและปลอดโปร่งพอให้เห็นแสงชัด ๆ นั้นมีช่วงเวลาเฉพาะครับ
ช่วงดูแสงเหนือที่ดีที่สุด (ก.ย. – มี.ค.)
ช่วงเวลาทองของการเดินทางไปดูแสงเหนือคือตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ซีกโลกเหนือเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ทำให้มีช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานและมืดสนิทเพียงพอที่จะสังเกตเห็นแสงออโรร่าได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่าครับ
แต่ละเดือนต่างกันยังไง ? เลือกไปเดือนไหนดี

เพื่อให้เลือกช่วงเวลาที่ตรงกับสไตล์การเที่ยวและระดับความทนหนาวของคุณมากที่สุด มาดูตารางเปรียบเทียบสภาพอากาศและโอกาสการเจอแสงในแต่ละช่วงกัน
| ช่วงเดือน | สภาพอากาศภาพรวม | โอกาสเจอแสงเหนือ | กิจกรรมไฮไลต์อื่น ๆ | เหมาะกับใคร |
| ก.ย. – ต.ค. (Autumn) | อากาศเย็น 0 ถึง 10°C เมฆน้อย หิมะยังไม่ตก | สูงมาก (ฟ้ามืดไวและมักจะเคลียร์) | เดินป่าชมใบไม้เปลี่ยนสี, ล่องเรือชิล | มือใหม่ที่กลัวความหนาวจัด, เน้นเที่ยวสบาย |
| พ.ย. – ม.ค. (Deep Winter) | หนาวจัดติดลบ หิมะตกหนา มืดเร็วมาก (Polar Night) | สูง (ถ้าฟ้าเปิด ไฮไลต์ช่วงคริสต์มาส) | สุนัขลากเลื่อน, สโนว์โมบิล, เทศกาลคริสต์มาส | สายลุยที่อยากสัมผัสหิมะแบบจัดเต็ม |
| ก.พ. – มี.ค. (Late Winter) | หนาวจัดแต่กลางวันเริ่มยาวขึ้น หิมะสะสมหนาฟู | สูงมาก (เดือน มี.ค. เป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดแสงออโรร่าได้ดี) | เล่นสกี, กิจกรรมฤดูหนาวกลางแจ้ง | สายถ่ายภาพที่อยากได้วิวหิมะคู่กับแสงเหนือ |
GO Mall Tips: มือใหม่หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องไปช่วงที่หนาวที่สุดอย่างมกราคมเท่านั้นถึงจะเห็นแสงเหนือ แต่ความจริงแล้วช่วงปลายกันยายนถึงตุลาคมถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคนกลัวความหนาว เพราะอากาศยังไม่ติดลบโหด อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศในนอร์เวย์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ช่วงนี้จึงไม่ได้การันตีว่าฟ้านิ่งหรือเมฆน้อยเสมอไป แนะนำให้เช็กปริมาณเมฆ ทิศทางลม และพยากรณ์อากาศแบบรายวันควบคู่กันเสมอครับ
อากาศนอร์เวย์ช่วงล่าแสงเหนือ หนาวแค่ไหน ?
ขึ้นชื่อว่าดินแดนใกล้ขั้วโลกเหนือ สภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวย่อมไม่ธรรมดาและต้องการการเตรียมพร้อมที่ดีครับ
อุณหภูมิจริงในแต่ละพื้นที่
อุณหภูมิเฉลี่ยในพื้นที่ยอดฮิตทางตอนเหนือของนอร์เวย์ เช่น เมืองทรูมเซอ (Tromsø) จากสถิติภูมิอากาศของ สถาบันอุตุนิยมวิทยานอร์เวย์ (MET Norway) ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ โดยทั่วไปจะแกว่งอยู่ที่ประมาณ -2 ถึง -10 องศาเซลเซียส แต่ถ้าคุณนั่งรถออกไปล่าแสงเหนือในแถบหุบเขาหรือพื้นที่ตอนในที่ห่างไกลแสงไฟ อุณหภูมิสามารถดิ่งลงไปได้ถึง -15 ถึง -20 องศาเซลเซียสได้เลยครับ
ลม ความชื้น และหิมะ ส่งผลต่อการแต่งตัวยังไง
เรื่องที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดคือ “ค่า Wind Chill” หรือแรงลมปะทะ ลมหนาวที่พัดมาจากมหาสมุทรอาร์กติกสามารถทำให้ความรู้สึกจริง (Real Feel) หนาวกว่าตัวเลขอุณหภูมิแสดงไว้มาก นอกจากนี้ความชื้นจากหิมะที่ละลายอาจซึมเข้าเสื้อผ้าและดึงความร้อนออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าชิ้นนอกสุดจึงต้องมีคุณสมบัติกันลมและกันน้ำได้ดีครับ
แต่งตัวไปดูแสงเหนือยังไงให้อุ่นและเดินเที่ยวสบาย

การไปยืนรอดูแสงเหนือท่ามกลางอุณหภูมิติดลบตอนกลางคืนเป็นเวลานาน ร่างกายจะขยับเขยื้อนน้อยลงทำให้หนาวง่ายกว่าการเดินเที่ยวตอนกลางวัน การแต่งตัวแบบ Layering จึงสำคัญที่สุดครับ
Layering 3 ชั้น ที่เหมาะกับอุณหภูมิติดลบ
- Base Layer (ชั้นในสุด): เน้นเก็บความร้อนแนบผิวและระบายความชื้น แนะนำเสื้อและกางเกงที่กระชับพอดีตัว (ไม่แนะนให้ใส่ผ้า Cotton เป็นชั้นในสุด เพราะดูดซับความชื้นและแห้งช้า)
- Mid Layer (ชั้นกลาง): ทำหน้าที่สร้างฉนวนกักเก็บความร้อน เสื้อไหมพรมหนา สเวตเตอร์ หรือเสื้อ Fleece คุณภาพดี
- Outer Layer (ชั้นนอกสุด): ด่านสำคัญที่คอยบล็อกลมหนาวและหิมะ ควรเลือกเสื้อโค้ทหรือสเปกแจ็คเก็ตกันหนาวลุยหิมะที่มีฟังก์ชันกันลมและกันน้ำ
เสื้อกันหนาวแบบไหนเหมาะกับการล่าแสงเหนือ

เสื้อกันหนาวตัวนอกที่เหมาะสำหรับทริปแสงเหนือคือเสื้อขนห่าน (Goose Down) ที่มีค่า Fill Power สูง (650-800 FP ขึ้นไป) และมีปริมาณขนหนาแน่น เพราะขนห่านจะให้ความอบอุ่นต่อน้ำหนักที่ดีเยี่ยม ช่วยให้คุณอบอุ่นได้โดยไม่ต้องใส่เสื้อซ้อนกันจนหนาเทอะทะ และควรเลือกความยาวระดับคลุมสะโพกลงไปเพื่อช่วยป้องกันความเย็นช่วงล่างครับ
ทั้งนี้ควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย ได้แก่ ปริมาณการอัดขน (Fill Weight) ที่หนาแน่นพอ ความยาวของตัวเสื้อ ที่ควรยาวคลุมสะโพกลงไปเพื่อปิดช่องลมช่วงล่าง รวมถึง ชั้นผ้าด้านนอก (Shell Fabric) ที่ต้องมีคุณสมบัติกันลมและกันน้ำได้อย่างแท้จริง เพื่อบล็อกความเย็นปะทะไม่ให้ซึมเข้าสู่ร่างกาย
เช็กลิสต์เสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ควรเตรียม
- หมวกไหมพรมหนา ๆ ที่ปิดคลุมใบหูได้ (ร่างกายสูญเสียความร้อนทางศีรษะไวมาก)
- ถุงมือกันหนาวสเปกผ้าร่มกันน้ำ ด้านในบุขนสัตว์
- ผ้าพันคอเนื้อหนา หรือหน้ากากกันลม
- ถุงเท้าขนวูลหรือผ้าวูลผสม (ใส่ซ้อน 2 ชั้นได้ถ้าจำเป็น)
- รองเท้าบูทสำหรับลุยหิมะ (Snow Boots) ที่มีดอกยางลึก กันลื่น และกันน้ำ
- แผ่นแปะความร้อน (Hot Pack) สำหรับใส่ในถุงมือและรองเท้า
GO Mall Tips: อุปกรณ์ไอทีก็กลัวความหนาวเหมือนกันครับ อุณหภูมิติดลบจัดจะทำให้แบตเตอรี่มือถือและกล้องถ่ายรูปหมดไวมาก มือใหม่มักพลาดปล่อยเครื่องดับจนอดถ่ายรูป ทริคคือให้ใส่พาวเวอร์แบงก์และมือถือไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทชั้นในที่ติดกับร่างกาย เพื่อใช้ความอบอุ่นจากตัวเราช่วยรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ไว้ครับ
แนะนำเมืองดูแสงเหนือที่สวยที่สุดในนอร์เวย์
นอร์เวย์ตอนเหนือมีจุดยุทธศาสตร์ในการชมแสงออโรร่ากระจายอยู่หลายเมือง ซึ่งแต่ละที่ก็ให้ประสบการณ์และฉากหลังภาพถ่ายที่สวยงามแตกต่างกันไปครับ
Tromsø เมืองยอดฮิตสำหรับมือใหม่
ทรุมเซอคือเมืองหลวงแห่งแสงเหนือและเป็นจุดสตาร์ทที่ดีที่สุด โลเคชันตั้งอยู่ใจกลางเขตวงแหวนออโรร่า (Aurora Oval) พอดี ทำให้มีโอกาสเห็นสูงมาก เมืองนี้เดินทางสะดวก มีสนามบิน ร้านอาหาร และบริษัททัวร์พาออกล่าแสงเหนือให้เลือกเยอะ เหมาะกับคนที่เพิ่งมานอร์เวย์ครั้งแรก
Alta เมืองแห่งแสงเหนือ
อัลตาได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งแสงเหนืออย่างแท้จริง เนื่องจากมีลักษณะภูมิศาสตร์ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา มีสภาพอากาศค่อนข้างแห้งและมีวันที่ท้องฟ้าเปิดบ่อยกว่าหลายพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้ท้องฟ้าของเมืองนี้มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งและมีโอกาสเจอวันฟ้าเปิดได้ดีกว่าพื้นที่ชายฝั่งบางแห่ง โอกาสที่จะได้ยืนมองแสงเขียวเต้นระบำบนฟ้าเคลียร์ ๆ จึงสูงตามไปด้วยครับ
Lofoten ล่าแสงเหนือพร้อมวิวฟยอร์ด
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ชมแสงเหนือที่สวยที่สุดในบรรยากาศฟยอร์ดและหมู่บ้านชาวประมง โลโฟเทนคือหนึ่งในจุดหมายที่นักถ่ายภาพและนักเดินทางจากทั่วโลกต่างใฝ่ฝันจะมาเยือนสักครั้ง โดยมีภูเขาหินแกรนิตสูงชันพุ่งชันจากน้ำ และมีแสงออโรร่าพาดผ่านท้องฟ้าระท้อนผืนน้ำ เป็นภาพที่สวยงามสะกดสายตาจนสายถ่ายภาพทั่วโลกต้องมาเยือน
นอกจากชมแสงเหนือ มีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง ?
ทริปนอร์เวย์ฤดูหนาวไม่ได้มีดีแค่ตอนดึกครับ ช่วงเวลากลางวันยังมีกิจกรรมกลางแจ้งสนุก ๆ สไตล์นอร์ดิกให้สัมผัสอีกเพียบ
นั่งสุนัขลากเลื่อน (Dog Sledding)
เปิดประสบการณ์แล่นไปบนลานหิมะขาวโพลนด้วยการนั่งเลื่อนที่ลากโดยแก๊งสุนัขไซบีเรียนฮัสกีและอลาสกัน มาลามิวท์แสนนุ่มฟู ถือเป็นกิจกรรมที่ท้าลมหนาวและสนุกตื่นเต้นมากครับ
Snowmobile Safari
สำหรับสายสปีดที่ชอบความเร้าใจ คุณสามารถขับสโนว์โมบิล (Snowmobile) ตะลุยผ่านหุบเขาหิมะ ป่าสน และทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของอาร์กติกได้อย่างแท้จริง
ล่องเรือชมฟยอร์ดฤดูหนาว
นั่งเรือคาตามารันลำใหญ่ที่มีระบบทำความร้อนด้านใน ล่องชมความงามของฟยอร์ดที่ขนาบด้วยภูเขาหิมะสูงชัน บางฤดูกาลอาจมีโอกาสได้เห็นปลาวาฬเพชฌฆาตและวาฬหลังค่อมมาแหวกว่ายให้เห็นใกล้ ๆ ด้วยครับ
ก่อนออกล่าแสงเหนือ อย่าลืมเตรียมชุดกันหนาวให้เหมาะกับอุณหภูมิจริง
การเดินทางไปตามล่าฝันดูแสงเหนือนอร์เวย์เป็นทริปที่มอบความทรงจำล้ำค่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศหนาวจัดในระดับที่เราไม่คุ้นเคย การเลือกเสื้อกันหนาวที่มีระดับความอุ่นไม่เพียงพอ หรือผ้าชั้นนอกที่ไม่สามารถกันลมและละอองหิมะได้ อาจทำให้ทริปในฝันกลายเป็นความทรมานได้ง่าย ๆ และหลายคนไม่อยากลงทุนเงินก้อนโตซื้อเสื้อโค้ทหนา ๆ หรือเสื้อขนห่านสเปกพรีเมียมตัวละเป็นหมื่นมาเก็บไว้ให้ฝุ่นจับในตู้เสื้อผ้าที่เมืองไทย เพราะรู้ดีว่าปีหนึ่งจะได้ใช้เพียงแค่ไม่กี่วัน
หากคุณกำลังมองหาเสื้อกันหนาวแบบลุย ๆ สามารถแวะเข้ามาเลือกชมได้ที่ร้าน GO Mall เช่าเสื้อกันหนาว เรามีชุดกันหนาวและอุปกรณ์ลุยหิมะสเปกพรีเมียมให้เลือกครบครัน พร้อมทีมงานให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้คุณจัดกระเป๋าไปฟินกับแสงออโรร่าได้อย่างอุ่นชัวร์ มั่นใจ และคุ้มค่าที่สุดในทุกพิกัดการเดินทางครับ
GO Mall Tips: หลังกลับจากการออกล่าแสงเหนือตอนกลางคืน เรื่องสำคัญที่ต้องทำทันทีคือการผึ่งและตากเสื้อกันหนาวรวมถึงรองเท้าบูทลุยหิมะไว้ในห้องพักที่มีไออุ่นให้แห้งสนิทก่อนเสมอครับ เพราะความชื้นสะสมจากละอองหิมะที่ละลาย อาจทำให้เนื้อผ้าและข้างในรองเท้าชื้นแช่แข็ง ซึ่งจะลดประสิทธิภาพการกันหนาวลงไปมากเมื่อต้องนำไปใส่ลุยความหนาวในคืนถัดไปครับ
FAQ
A: แนะนำให้แพลนพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดูแสงเหนืออย่างน้อย 3-5 คืน ขึ้นไปครับ ไกด์ท้องถิ่นจะเช็กเรดาร์เมฆและลมแบบเรียลไทม์ พร้อมขับรถพาหนีเมฆไปจุดที่ฟ้าเปิด เพิ่มโอกาสเห็นแสงเหนือได้มากกว่าขับรถหาเอง
A: ถ้าแสงระดับทั่วไป ตาเปล่าจะเห็นเป็นสีเขียวอ่อนหรือสีเทาอมเขียว แต่เมื่อใช้โหมดกลางคืน (Night Mode) บนมือถือหรือกล้องถ่ายรูปเปิดหน้ากล้องนาน กล้องจะดึงสีเขียวหรือม่วงเข้มข้นออกมาให้เห็นชัดเจน
A: ใส่พาวเวอร์แบงก์และมือถือไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทชั้นในที่ติดกับร่างกาย ใช้ความร้อนจากตัวเราประคองแบตเตอรี่ และห้ามเอาเครื่องออกมารับลมหนาวทิ้งไว้นาน
A: ไม่แนะนำครับ เพราะรองเท้าผ้าใบทั่วไปมักไม่กันน้ำและกันลื่นได้ไม่ดี หากต้องเดินบนหิมะเป็นเวลานาน ควรเลือกรองเท้าบูทกันหนาวหรือรองเท้าลุยหิมะที่กันน้ำ มีพื้นยึดเกาะดี และสวมคู่กับถุงเท้าวูล จะช่วยให้เท้าอุ่นและเดินได้ปลอดภัยกว่า
A: แนะนำให้แพลนกิจกรรมอื่น ๆ ในช่วงกลางวันควบคู่กันด้วย ทั้งนั่งสุนัขลากเลื่อน ขับสโนว์โมบิล ล่องเรือชมวาฬในฟยอร์ด และถ่ายรูปเมืองหิมะ แม้ว่าเราจะไม่สามารถชมแสงเหนือได้แบบชัด ๆ แต่การได้มาเปิดหูเปิดตากับกิจกรรมที่หาไม่ได้ในประเทศไทยก็ถือว่าคุ้มค่าตั๋วแล้ว





