เที่ยว 5 เมืองหิมะแบบไม่ต้องรอหน้าหนาว! พร้อมทริคเลือกชุดให้เหมาะกับอุณหภูมิ

เที่ยว 5 เมืองหิมะแบบไม่ต้องรอหน้าหนาว

สำหรับคนที่รักความเย็น การต้องรอให้ถึงปลายปีเพื่อไปสัมผัสหิมะฟู ๆ อาจจะนานเกินไป ความจริงแล้วบนโลกนี้มี “เมืองหิมะ” หลายแห่งที่สามารถพบหิมะสะสม ธารน้ำแข็ง หรือพื้นที่หิมะถาวรได้ตลอดปี ไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางปีที่เป็นฤดูร้อนของหลายประเทศ แต่การเดินทางไปพื้นที่เหล่านี้มีสิ่งหนึ่งที่ประมาทไม่ได้เลยคือสภาพอากาศแปรปรวน บทความนี้จะพาทุกคนไปส่อง 5 พิกัดที่อากาศเย็นตลอดปี เที่ยวได้ทุกฤดูพร้อมเจาะลึกทริคการจัดกระเป๋าเสื้อผ้าให้ตอบโจทย์อุณหภูมิ เพื่อให้ทริปของคุณทั้งอุ่นและถ่ายรูปออกมาปังที่สุด

สรุปสั้น: อยากหนีร้อนเที่ยวเมืองหิมะกลางปี ต้องเตรียมตัวยังไง

  • แนะนำ 5 เมืองหิมะและเมืองท่องเที่ยวใกล้พิกัดหิมะยอดนิยม: ลี่เจียง (จีน), อินเทอร์ลาเคน (สวิตเซอร์แลนด์), เซอร์แมท (สวิตเซอร์แลนด์), โทยามะ (ญี่ปุ่น) และ อันเคอเรจ (อลาสกา สหรัฐอเมริกา)
  • ก่อนไปทริปต้องเช็กอะไรบ้าง: ควรตรวจเช็กข้อมูลสภาพอากาศปลายทางอย่างละเอียด โดยเน้นดูที่ค่าอุณหภูมิความรู้สึกจริง (Real Feel) และความเร็วลม (Wind Speed) บนยอดเขา เพราะลมแรงจะยิ่งทวีความหนาวเย็นมากกว่าตัวเลขพยากรณ์ปกติ
  • ควรแต่งตัวยังไง: การแต่งตัวแบบ Layering ถือเป็นหัวใจของการไปเที่ยวเมืองหนาว ด้วยเสื้อผ้า 3 ชั้น (Base, Mid, Outer) ดีกว่าการใส่เสื้อหนา ๆ เพียงตัวเดียว และไอเทมตัวนอกสุดต้องเน้นผ้าสเปกที่สามารถกันลมและกันละอองน้ำได้จริง พร้อมรองเท้าที่มีดอกยางลึกเพื่อกันลื่นบนพื้นน้ำแข็ง

เมืองหิมะน่าเที่ยว มีที่ไหนบ้าง

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราถึงสามารถเจอหิมะได้ในช่วงกลางปี คำตอบนี้อธิบายได้ด้วยหลักภูมิศาสตร์เชิงลึก

ทำไมบางเมืองถึงมีหิมะให้เห็นแม้ในช่วงฤดูร้อน

  • ความสูงจากระดับน้ำทะเล: ยิ่งพื้นที่อยู่สูงขึ้นไป อุณหภูมิจะยิ่งลดลง โดยเฉลี่ยทุก ๆ ความสูง 1,000 เมตร อุณหภูมิจะลดลงประมาณ 6 องศาเซลเซียส ยอดเขาสูงจึงรักษาความหนาวเย็นไว้ได้ตลอดปี
  • ธารน้ำแข็งถาวร (Glacier): เป็นมวลน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สะสมมานานหลายร้อยปีจนหนาแน่นและละลายช้ามาก ทำให้กลายเป็นลานหิมะสีขาวแม้ในวันที่แดดจัด
  • ภูมิประเทศและสภาพอากาศเฉพาะพื้นที่: บางภูมิภาคมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะสูง หรืออยู่ใกล้ขั้วโลก ทำให้กระแสลมเย็นถูกกักเก็บไว้ ส่งผลให้มีหิมะและความเย็นตลอดทั้งปี

ก่อนจองทริป ควรเช็กอะไรบ้าง

  • อุณหภูมิ และ Real Feel: อุณหภูมิที่ระบุในพยากรณ์มักเป็นอุณหภูมิในร่ม แต่ความรู้สึกจริงเมื่อเจอแดดสะท้อนหิมะหรือเจอลมจะต่างออกไป
  • ความเร็วลม: ลมบนยอดเขาคือตัวการร้ายที่พัดความอบอุ่นออกจากร่างกาย ลมที่แรงขึ้นทุก 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจทำให้เรารู้สึกหนาวลงอีกหลายองศา
  • ความสูงของสถานที่ท่องเที่ยว: เพื่อวางแผนเตรียมออกซิเจนพกพาและเตรียมร่างกายให้พร้อมรับมือกับอากาศที่เบาบาง
ก่อนจองทริปเที่ยวเมืองหิมะ ควรเช็กอะไรบ้าง

ทริคฉบับ GO Mall: สิ่งที่นักท่องเที่ยวสายรูปสวยละเลยบ่อยครั้งเมื่อไปเที่ยวเมืองหนาวช่วงกลางปี คือการเช็กสภาพลมครับ อากาศที่อุณหภูมิ 10°C แต่มีลมพัดแรง สามารถทำให้ร่างกายเราสูญเสียความร้อนได้เร็วพอ ๆ กับอากาศ 0°C ที่ลมสงบเลยทีเดียว ดังนั้นเสื้อผ้าตัวนอกที่มีคุณสมบัติกันลม (Windproof) จึงเป็นไอเทมที่ควรมีติดกระเป๋าไว้

แนะนำ 5 เมืองหิมะน่าเที่ยว ที่สายหนาวไม่ควรพลาด

สำหรับใครที่ร่างกายต้องการปะทะความเย็นแบบไม่แคร์ปฏิทิน นี่คือพิกัดเด็ดจากทั่วทุกมุมโลกที่พร้อมต้อนรับคุณด้วยธารน้ำแข็ง ยอดเขาหิมะ และอากาศเย็นสบายตลอดปี ซึ่งแต่ละเมืองก็มีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป ทั้งวิวธรรมชาติ วัฒนธรรม และระดับความหนาวที่ต้องเตรียมตัวให้เหมาะสม

เมืองพิกัดหิมะ/น้ำแข็งช่วงที่เหมาะที่สุดสิ่งที่ต้องระวังเสื้อที่ควรเตรียม
ลี่เจียง
(จีน)
บนยอดเขาเทือกเขาหิมะมังกรหยกตลอดปี
(พ.ย. – พ.ค. หิมะหนาจัด)
ลมแรงบนยอดเขา อากาศเบาบาง เสื้อขนเป็ด/ขนห่านสเปกกันลมหนาแน่น
อินเทอร์ลาเคน
(สวิตเซอร์แลนด์)
บนยอดเขายุงเฟรายอค (Jungfraujoch)ตลอดปี
(มิ.ย. – ส.ค. เที่ยวง่ายสุด)
อุณหภูมิสลับไปมาระหว่างลานหิมะและถ้ำน้ำแข็งเสื้อลองจอน + สเวตเตอร์ + โค้ทยาวคลุมสะโพก
เซอร์แมท
(สวิตเซอร์แลนด์)
บริเวณ Matterhorn Glacier Paradiseตลอดปี (เล่นสกีฤดูร้อนได้ 365 วัน)แสงแดดสะท้อนลานหิมะจัด และเกล็ดหิมะละลายเสื้อนอกฟังก์ชันกันน้ำ (Water-Resistant) + แว่นกันแดด
โทยามะ
(ญี่ปุ่น)
เส้นทางทาเตยามะ (กําแพงหิมะยักษ์)เมษายน – มิถุนายน ของทุกปีทางเดินเท้าชื้นแฉะ และแดดสะท้อนกำแพงหิมะแรงแจ็คเก็ตกันลมน้ำหนักเบาถอดง่าย + กางเกงยืดหยุ่น
อันเคอเรจ
(อลาสกา สหรัฐอเมริกา)
บริเวณธารน้ำแข็งถาวรและอ่าวฟยอร์ดตลอดปี (พ.ค. – ก.ย. ล่องเรือชิล)ละอองน้ำ ลมทะเลหนาวเยือก และความชื้นสูงเสื้อโค้ทบุขนหนานุ่ม หรือเสื้อขนเป็ดแบบมีฮู้ดกันน้ำ

1. ลี่เจียง (Lijiang) ประเทศจีน

ลี่เจียง ประเทศจีน
  • ตั้งอยู่ที่ไหน: ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบที่ราบสูงโอบล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน โดยมีไฮไลต์ทางภูมิศาสตร์คือภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) ซึ่งเป็นส่วนปลายของเทือกเขาฮิมาลัย มียอดเขาดอยสูงสุดเหนือระดับน้ำทะเลถึง 5,596 เมตร ทำให้มีหิมะและธารน้ำแข็งถาวรปกคลุมตลอดทั้งปี แม้ในยามฤดูร้อนของจีน
  • อุณหภูมิเท่าไหร่ (เฉลี่ยทั้งปี): บริเวณเมืองราบประมาณ 10-22 องศาเซลเซียส แต่บนยอดเขาอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ -5 ถึง 10 องศาเซลเซียส
  • ไฮไลต์เด่นที่ไม่ควรพลาด: นั่งกระเช้าลอยฟ้าขนาดใหญ่ไต่ระดับความสูงขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาบนเทือกเขาหิมะมังกรหยก และแวะถ่ายรูปจุดไฮไลต์ที่หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley) แม่น้ำสีฟ้าใสที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะยักษ์
  • การแต่งกายที่แนะนำ: ด้านล่างอากาศเย็นสบาย แต่ด้านบนยอดเขาหนาวจัดและลมแรงมาก จำเป็นต้องแต่งกายแบบ Layering โดยเลือกเสื้อตัวนอกเป็นเสื้อแจ็คเก็ตขนเป็ดที่กันลมได้ดี เพื่อตัดความเย็นจากลมที่ปะทะตลอดเวลา

2. อินเทอร์ลาเคน (Interlaken) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

อินเทอร์ลาเคน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • ตั้งอยู่ที่ไหน: ใจกลางภูมิภาค Bernese Oberland ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทางภูมิศาสตร์เป็นเมืองท่าที่ตั้งอยู่บนที่ราบระหว่างสองทะเลสาบใหญ่ คือทะเลสาบตูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) เมืองนี้เป็นประตูบานสำคัญสู่เทือกเขาแอลป์สวิส (Swiss Alps) โดยเฉพาะทางขึ้นสู่ยอดเขายุงเฟรายอค (Jungfraujoch) ยอดเขาที่ถูกขนานนามว่า Top of Europe ซึ่งมีความสูง 3,454 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์
  • อุณหภูมิเท่าไหร่ (เฉลี่ยทั้งปี): ในตัวเมืองประมาณ 5-18 องศาเซลเซียส แต่บนยอดเขาสูงจะติดลบตลอดปี
  • ไฮไลต์เด่นที่ไม่ควรพลาด: ยอดเขา Jungfraujoch (Top of Europe) สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ด้านบนมีลานหิมะถาวร วังน้ำแข็งใต้ดิน และจุดชมวิวธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์
  • การแต่งกายที่แนะนำ: ควรเตรียมเสื้อลองจอนหรือฮีทเทคเป็นชั้นใน สวมทับด้วยสเวตเตอร์ และปิดท้ายด้วยเสื้อกันหนาวตัวนอกที่เป็นผ้าเนื้อแน่นยาวคลุมสะโพก เนื่องจากด้านบนสถานีมีการเดินเข้าออกระหว่างถ้ำน้ำแข็งและลานหิมะกลางแจ้ง อากาศจะสลับไปมา

3. เซอร์แมท (Zermatt) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • ตั้งอยู่ที่ไหน: อยู่ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในหุบเขาแมตเทอร์ (Matter Valley) บนความสูงประมาณ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยยอดเขาสูงตระหง่านกว่า 38 ยอด ทางภูมิศาสตร์เป็นเมืองท่องเที่ยวแบบ Car-Free (ปลอดรถยนต์ใช้น้ำมัน) 
  • อุณหภูมิเท่าไหร่ (เฉลี่ยทั้งปี): ในเมืองประมาณ 3-15 องศาเซลเซียส บนยอดเขาติดลบ -5 ถึง -15 องศาเซลเซียส
  • ไฮไลต์เด่นที่ไม่ควรพลาด: ยอดเขา Matterhorn ทรงพีระมิดที่เป็นสัญลักษณ์บนซองช็อกโกแลตชื่อดัง และจุดชมวิว Matterhorn Glacier Paradise พิกัดลานสกีที่เปิดให้เล่นได้ตลอด 365 วัน แม้ในฤดูร้อน
  • การแต่งกายที่แนะนำ: เป็นเมืองสำหรับสายลุย เสื้อผ้าชั้นนอกสุดต้องเน้นฟังก์ชันที่สามารถกันหิมะและกันน้ำได้ (Water-Resistant) ป้องกันไม่ให้เกล็ดหิมะละลายซึมเข้าสู่เสื้อผ้าชั้นใน รวมถึงต้องพกแว่นกันแดดคุณภาพสูงเพื่อป้องกันอาการตาพร่าจากแสงแดดสะท้อนลานน้ำแข็ง

4. โทยามะ (Toyama) ประเทศญี่ปุ่น

โทยามะ ประเทศญี่ปุ่น
  • ตั้งอยู่ที่ไหน: ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ในภูมิภาคชูบุ (Chubu) บนเกาะฮอนชู ขนาบด้วยอ่าวโทยามะและเทือกเขาเจแปนแอลป์ (Japan Alps) ทำให้เกิดลักษณะภูมิประเทศที่สโลปสูงชันชัน จากระดับน้ำทะเลขึ้นสู่ยอดเขาสูงกว่า 3,000 เมตรอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่เทือกเขาทาเตยามะ (Tateyama) มีหิมะตกสะสมหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเกิดเป็นกำแพงหิมะขนาดยักษ์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน
  • อุณหภูมิเท่าไหร่ (เฉลี่ยทั้งปี): ประมาณ 7-20 องศาเซลเซียส แต่บริเวณเส้นทางยอดเขาจะหนาวจัดจนถึงติดลบในฤดูใบไม้ผลิ
  • ไฮไลต์เด่นที่ไม่ควรพลาด: เส้นทางสายธรรมชาติ Tateyama Kurobe Alpine Route ที่มีไฮไลต์คือ “กำแพงหิมะยักษ์ (Yuki-no-Otani)” สูงตระหง่านกว่าสิบเมตร เป็นหนึ่งในจุดชมกำแพงหิมะชื่อดังของญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทั้งนี้เส้นทางและกิจกรรมมีช่วงเปิดให้บริการตามฤดูกาล จึงควรตรวจสอบปฏิทินการเดินทางก่อนจองทริป
  • การแต่งกายที่แนะนำ: เนื่องจากเป็นการเดินเท้าศึกษาเส้นทางท่ามกลางกำแพงหิมะที่มีแดดสะท้อนตลอดวัน แนะนำให้สวมเสื้อผ้าชั้นในที่ระบายอากาศได้ดี ทับด้วยแจ็คเก็ตกันลมน้ำหนักเบาที่ถอดสะดวก และกางเกงขายาวที่ยืดหยุ่นและคล่องตัวต่อการเดิน

5. อันเคอเรจ อลาสกา (Anchorage, Alaska) ประเทศสหรัฐอเมริกา

อันเคอเรจ อลาสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ตั้งอยู่ที่ไหน: เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐอลาสกา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐบนอ่าวคุ๊ก (Cook Inlet) ทางตอนเหนืออยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือและถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาชูกาช (Chugach Mountains) พื้นที่รอบตัวเมืองเต็มไปด้วยสภาพภูมิประเทศแบบฟยอร์ด (Fjord) หุบเขา และลานน้ำแข็งขนาดยักษ์ มีธารน้ำแข็งถาวรที่เชื่อมต่อลงสู่ทะเลจำนวนมาก ทำให้สภาพอากาศที่นี่มีความหนาวเย็นยาวนานตลอดทั้งปี
  • อุณหภูมิเท่าไหร่ (เฉลี่ยทั้งปี): อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -2 ถึง 12 องศาเซลเซียส
  • ไฮไลต์เด่นที่ไม่ควรพลาด: การล่องเรือชมธารน้ำแข็งถาวรที่พังทลายลงสู่ทะเล (Glacier Cruise) และการเดินบนธารน้ำแข็ง Matanuska Glacier ที่มีสีฟ้าใสแปลกตา เที่ยวได้ฟินตลอดปี
  • การแต่งกายที่แนะนำ: อากาศที่นี่มีความชื้นและลมทะเลสูงมาก เสื้อตัวนอกต้องเป็นผ้าสเปกกันลมและละอองน้ำเต็มระบบ แนะนำเสื้อโค้ทบุขนหนานุ่มหรือเสื้อขนเป็ดที่มีฮู้ดคลุมศีรษะ เพื่อปกป้องร่างกายจากละอองความเย็นขณะล่องเรือ

เที่ยวเมืองหิมะ ต้องแต่งตัวยังไงให้อุ่นจริง

การเดินลุยหิมะให้สนุกโดยไม่ป่วย กลับมาไม่ใช่เรื่องยากครับ ถ้ารู้จักหลักวิทยาศาสตร์ของการเก็บกักความร้อนให้กับร่างกาย

เทคนิค Layering 3 ชั้น ที่ใช้ได้ทุกประเทศ

การสวมเสื้อหนา ๆ เพียงตัวเดียว ลมเย็นสามารถมุดเข้าตามชายเสื้อได้ง่าย แต่การแต่งแบบ 3 ชั้น จะช่วยกักเก็บ “ช่องว่างอากาศ” (Trapped Air) เพื่อสร้างความอบอุ่นได้ดีที่สุด:

  • Base Layer (ชั้นในสุด): ทำหน้าที่แนบเนื้อเพื่อกักเก็บความร้อนจากผิวหนัง และระบายความชื้นจากเหงื่อไม่ให้อับชื้น เช่น เสื้อฮีทเทคหรือลองจอนเนื้อละเอียด
  • Mid Layer (ชั้นกลาง): ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนไม่ให้ไหลออกจากร่างกาย เช่น เสื้อไหมพรม เสื้อวูล (Wool) หรือเสื้อผ้าฟรีซ (Fleece) ที่นุ่มเบา
  • Outer Layer (ชั้นนอกสุด): ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันร่างกายด่านแรกจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ต้องบล็อกลม บล็อกหิมะ และละอองฝนได้ 100%
เทคนิคแต่งตัว Layering 3 ชั้น เที่ยวเมืองหิมะ

เสื้อกันหนาวแบบไหนเหมาะกับอุณหภูมิเมืองหิมะ

การเลือกเสื้อนอก (Outer Layer) ต้องพิจารณาให้ตรงกับระดับอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมจริงของปลายทางดังนี้

ช่วงอุณหภูมิสภาพแวดล้อมที่พบประเภทเสื้อนอกที่แนะนำ
10 ถึง 15°Cเมืองราบเย็นสบาย ลมโชยTrench Coat (ทรงยาวเนื้อผ้ากันลมบาง) หรือ Wool Coat แฟชั่นเก๋ ๆ
0 ถึง 10°Cยอดเขาสูงตอนแดดออก หนาวชัดเจนJacket กันลม แบบบุซับใน หรือ Wool Coat เนื้อหนาที่มีซับกันลมด้านใน
ติดลบ (0°C ลงไป)ลานหิมะ ลานสกี ธารน้ำแข็ง ลมแรงจัดDown Jacket (เสื้อขนเป็ด/เสื้อขนห่าน) ที่มีค่า Fill Power สูงและเนื้อผ้ากันน้ำ

ทริคฉบับ GO Mall: กฎเหล็กของการเลือกเสื้อผ้าลุย เมืองหิมะ คือ ห้ามใส่เสื้อผ้าฝ้าย (Cotton) เช่น เสื้อฮู้ดดี้แฟชั่นทั่วไปเป็นเสื้อตัวนอกเด็ดขาดครับ! เพราะผ้าฝ้ายมีคุณสมบัติอมความชื้นสูง เมื่อหิมะเกาะแล้วละลาย ผ้าจะเปียกชื้นและดูดความเย็นเข้าสู่ร่างกายทันที ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนเป็นอันตรายได้ เสื้อตัวนอกยังไงก็ต้องเน้นผ้าฟังก์ชันที่กันละอองน้ำและกันลมได้จริงเท่านั้นครับ

รองเท้าและอุปกรณ์ที่ไม่ควรมองข้าม

  • รองเท้าพื้นกันลื่น: ควรเลือกก้นรองเท้าที่มีดอกยางลึก หนา และทำจากยางดิบธรรมชาติเพื่อการยึดเกาะพื้นน้ำแข็งที่ลื่น ไม่ควรใส่รองเท้าแฟชั่นพื้นเรียบ
  • ถุงเท้ากันหนาว: เนื้อผ้าต้องผสมวูลหนาพิเศษ เพื่อป้องกันความเย็นจากพื้นน้ำแข็งแผ่ขึ้นมาที่ฝ่าเท้า
  • ถุงมือ: แนะนำแบบผ้าร่มกันน้ำด้านนอก เพื่อให้สามารถหยิบจับหิมะเล่นถ่ายรูปได้โดยมือไม่เปียกชื้น
  • แว่นกันแดด: จำเป็นมากในการปกป้องดวงตาจากรังสี UV ที่สะท้อนกับลานหิมะขาวโพลน

เช็กลิสต์จัดกระเป๋าเที่ยว

ลองสแกนตรวจสอบสิ่งของในกระเป๋าเดินทางตามเช็กลิสต์นี้ก่อนปิดกระเป๋าบินครับ:

เสื้อผ้าที่ควรเตรียม

  • เสื้อและกางเกงชั้นในกักความร้อน (Base Layer)
  • เสื้อคาร์ดิแกน เสื้อไหมพรม หรือสเวตเตอร์ (Mid Layer)
  • เสื้อโค้ทวูล หรือเสื้อขนเป็ดสเปกกันลม (Outer Layer)
  • กางเกงขายาวเนื้อผ้าหนาหรือกางเกงลุยหิมะกันน้ำ

รองเท้าและอุปกรณ์จำเป็น

  • รองเท้าสำหรับลุยหิมะที่มีดอกยางหนาหนึบ
  • ถุงเท้าหนาพิเศษ (แนะนำผ้าผสมขนสัตว์หรือวูล)
  • ถุงมือกันหนาวกันน้ำ
  • หมวกไหมพรมคลุมปิดใบหู และผ้าพันคอ
  • แว่นกันแดด เลนส์กรองรังสี UV

ของใช้ที่ช่วยให้เที่ยวสบายขึ้น

  • แผ่นแปะความร้อน (Hot Pack / Kairo) สำหรับแปะถุงเท้าและแผ่นหลัง
  • ลิปมันเนื้อบาล์มเข้มข้น และมอยส์เจอไรเซอร์ทาผิว (ป้องกันผิวแห้งแตกจากอากาศแห้งบนที่สูง)
  • ออกซิเจนกระป๋องพกพา (สำหรับรูทยอดเขาสูงอย่างลี่เจียงหรือสวิตเซอร์แลนด์)

อยากเที่ยวเมืองหิมะ แต่ไม่อยากซื้อเสื้อกันหนาวใหม่ทุกทริป

ความท้าทายของการเดินทางท่องเที่ยวแนวนี้คือ สภาพอากาศของแต่ละเมืองนั้นมีความเฉพาะตัวสูงมาก ทริปนี้ไปลี่เจียงอากาศเลขตัวเดียวต้องการเสื้อขนเป็ดน้ำหนักเบา แต่ทริปหน้าจะไปล่องเรือดูธารน้ำแข็งที่อลาสกาซึ่งต้องใช้เสื้อนอกยาวกันละอองน้ำเต็มระบบ การเลือกซื้อเสื้อกันหนาวสเปกสูงแบรนด์เนมใหม่ทุกครั้งเพื่อใช้งานเพียงไม่กี่วัน จึงเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสิ้นเปลืองและสร้างภาระในการเก็บรักษาในตู้เสื้อผ้าที่บ้านเมืองร้อนอย่างไทยเราครับ

ทางออกยอดฮิตของนักเดินทางยุคใหม่คือการมาปรึกษาและเลือกใช้บริการที่ GO Mall เช่าเสื้อกันหนาว ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างตรงจุดแบบครอบคลุม:

  • บริการให้เช่า Outerwear สเปกแท้: GO Mall มีคลังเสื้อคลุมตัวนอกระดับพรีเมียมให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อโค้ทวูลดีไซน์หรู, แจ็คเก็ตกันลมทรงสปอร์ต หรือเสื้อขนเป็ดคัตติ้งเนี้ยบ ที่ระบุสเปกความอุ่น (ค่า CLO) และระดับการกันลมอย่างชัดเจน ให้คุณเลือกเช่าไปแมตช์ลุคสวยแพงได้ตรงกับอุณหภูมิจริงของแต่ละประเทศโดยไม่ต้องซื้อขาดหลักหมื่น
  • โซนจำหน่าย Innerwear ส่วนตัว: เพื่อสุขอนามัยและความสะดวกขั้นสุด สำหรับเสื้อผ้าที่ต้องสัมผัสผิวหนังโดยตรงอย่าง เสื้อซับในกักความร้อน, กางเกงลองจอน รวมถึงอุปกรณ์เสริมเฉพาะบุคคลอย่าง ถุงมือ, ถุงเท้าหนา และแผ่นแปะความร้อน ที่ GO Mall มีโซนสินค้าคุณภาพสูงจำหน่ายให้คุณเลือกซื้อเป็นของส่วนตัวครบจบในที่เดียว

ทริคฉบับ GO Mall: นักท่องเที่ยวหลายคนยอมทนหนาวเพราะกลัวว่าใส่ชุดอุ่นแล้วภาพถ่ายจะดูพองหนาบวมกล้อง แต่ความจริงแล้วหากเลือกเสื้อผ้าชั้นนอกที่มีเทคโนโลยีการทอขั้นสูงและบรรจุวัสดุเกรดพรีเมียม เสื้อจะมีความบางเบาและเข้ารูปสวยงามแต่ให้ค่าความอบอุ่นที่สูงมาก ซึ่งที่ GO Mall เราคัดสรรเสื้อนอกแบรนด์เนมสเปกโปรเหล่านี้มาให้คุณเลือกเช่า ช่วยให้ได้ลุคที่เพรียว สวยแพง และเที่ยวสนุกแบบไม่ต้องยืนสั่นแน่นอนครับ

FAQ

Q1: เที่ยวเมืองหนาวกลางปี ควรเลือก Trench Coat หรือเสื้อขนเป็ด ?

A: ขึ้นอยู่กับจุดทำกิจกรรมครับ หากเดินเที่ยวในตัวเมืองราบที่อุณหภูมิ 10-15 องศาเซลเซียส Trench Coat ทรงยาวกันลมก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องนั่งกระเช้าขึ้นสู่ลานหิมะหรือธารน้ำแข็งยอดเขาสูงที่อุณหภูมิใกล้ 0 หรือติดลบ ต้องสลับมาใส่เสื้อขนเป็ด (Down Jacket) เท่านั้นครับ

Q2: เที่ยวเมืองที่มีหิมะตก ต้องใส่ฮีทเทคไหม ?

A: แนะนำให้พกติดตัวไว้และเลือกสเปกแบบบาง (Light/Regular) ครับ เพราะในช่วงเช้าตรู่หรือบนยอดเขาสูง อากาศจะเย็นจัดจนร่างกายต้องการเสื้อชั้นในช่วยบล็อกความร้อนด่านแรก แต่ข้อดีของสเปกแบบบางคือจะไม่ทำให้คุณอึดอัดจนร้อนเกินไปในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจัดครับ

Q3: รองเท้าแบบไหนเหมาะกับการตะลุยหิมะ ?

A: ควรเลือกใช้รองเท้าลุยหิมะโดยเฉพาะ หรือรองเท้าแนว Hiking ที่มีปุ่มดอกยางลึก เนื้อยางนิ่มหนึบเพื่อยึดเกาะผิวสะพานไม้หรือหินที่มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ หลีกเลี่ยงรองเท้าแฟชั่นพื้นเรียบแข็งหรือรองเท้าส้นสูงเพราะเสี่ยงต่อการอุบัติเหตุลื่นล้มสูงมากครับ

Q4: แต่งตัวแบบ Layering สำคัญกว่าการใส่เสื้อหนา ๆ จริงไหม ?

A: จริงแท้แน่นอนครับ เพราะการใส่เสื้อหนาเพียงตัวเดียว หากลมเย็นมุดผ่านช่องว่างชายเสื้อเข้ามาได้คุณจะหนาวทันที แต่การแต่งกายซ้อนชั้นจะเกิดชั้นอากาศอุ่นกักเก็บระหว่างชั้นผ้า (Trapped Air) ซึ่งเป็นฉนวนความร้อนตามธรรมชาติที่ดีที่สุด แถมยังสามารถถอดออกทีละชั้นได้เมื่ออุณหภูมิระหว่างวันอุ่นขึ้นครับ

Q5: ไปเที่ยวเมืองหนาว สัมผัสหิมะกลางปี ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ ?

A: สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ “แสงแดดสะท้อนลานหิมะ” และ “อากาศแห้ง” แสงแดดบนที่สูงจะมีความเข้มข้นของรังสี UV สูงมากและสะท้อนพื้นขาวโพลนเข้าตาได้ง่าย ต้องพกแว่นกันแดดเสมอ รวมถึงอากาศที่แห้งจัดจะทำให้ผิวและริมฝีปากแห้งแตกเจ็บได้ง่าย ควรทามอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นและลิปมันบ่อย ๆ ระหว่างวันครับ

มือใหม่เตรียมเที่ยวหิมะ อ่านเทคนิคดีๆ ต่อที่นี่

ประเภท (หมวดหมู่ ) Main
แบรนด์
เพศ
เพศ
สี
ฟังก์ชัน
ฟังก์ชัน
อุณหภูมิ
อุณหภูมิ
ทริปแนะนำ
ทริปแนะนำ