10 เรื่องต้องรู้ก่อนไปล่าแสงเหนือครั้งแรก พร้อมวิธีรับมือความหนาวระดับติดลบ

10 เรื่องต้องรู้ก่อนไปล่าแสงเหนือครั้งแรก

การได้ไปรับชมปรากฏการณ์ “แสงเหนือ” หรือ “แสงออโรร่า” ด้วยตาตัวเองนับเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน ทริปล่าแสงเหนือจึงค่อนข้างเป็นที่นิยมในบ้านเรา แต่แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบางช่วงเวลาเท่านั้น การจะไปชมด้วยตาตัวเองจึงต้องมีการวางแผนล่วงหน้าให้พร้อมทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่ยังถือเป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือสวย ๆ อยู่ หากคุณกำลังวางแผนจะไปตามล่าหาแสงเหนือเป็นครั้งแรก มาดู 10 เรื่องพื้นฐานที่คุณต้องรู้ ก่อนออกทริป เพื่อไม่ให้พลาดโมเมนต์สำคัญ และรับมือกับสภาพอากาศที่ต่างกับไทยแบบสุดขั้วได้อย่างมือโปรครับ

เรื่องที่ 1 : แสงเหนือคืออะไร?

แสงเหนือ หรือแสงออโรร่า (Aurora Borealis) คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากพายุสุริยะ (Solar Wind) ที่ปล่อยอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าออกมาจากดวงอาทิตย์ เข้ามาพุ่งชนกับชั้นบรรยากาศและสนามแม่เหล็กโลก ก็จะเกิดการถ่ายเทพลังงานจนเปล่งแสงออกมาเป็นสีสันต่าง ๆ 

แสงเหนือคืออะไร

ทำไมแสงเหนือแต่ละที่ไม่เหมือนกัน : ขึ้นอยู่กับชนิดของก๊าซและความสูงที่เกิดการชน

  • สีเขียว : เกิดจากออกซิเจนที่ความสูงต่ำ (ประมาณ 100 กม.) พบได้บ่อยที่สุด
  • สีแดง/ม่วง: เกิดจากไนโตรเจน หรือออกซิเจนที่ความสูงมาก ๆ มักเจอตอนพายุสุริยะแรงจัด จึงมีโอกาสพบน้อยกว่า

ทำไมเกิดได้เฉพาะบางวัน : ขึ้นอยู่กับความแรงของพายุสุริยะในแต่ละวัน 

หากวันไหนดวงอาทิตย์สงบก็จะไม่มีแสงเหนือให้เห็น แม้คุณจะยืนอยู่ที่ขั้วโลกก็ตาม

ประเทศไทยมีแสงเหนือไหม : คำตอบคือ ไม่มี เนื่องจากสนามแม่เหล็กโลกจะดึงดูดอนุภาคไปที่ขั้วโลกเหนือและใต้เท่านั้น สำหรับประเทศไทยที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงไม่มีโอกาสเกิดได้เลย

เรื่องที่ 2 : แสงเหนืออยู่ประเทศอะไรบ้าง

อย่างที่ทราบกันว่าแสงเหนือเกิดจากพายุสุริยะเข้าชนกับชั้นบรรยากาศและสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งสนามแม่เหล็กโลกจะดึงดูดอนุภาคไปที่ขั้วโลกเหนือและใต้เท่านั้น ปรากฏการณ์นี้จึงเกิดขึ้นเฉพาะประเทศที่อยู่ในโซนที่เรียกว่า “Auroral Zone” หรือวงแหวนรอบขั้วโลกเท่านั้น (ละติจูด 60-70 องศาเหนือ)

แสงเหนือ ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดเฉพาะ Auroral Zone เท่านั้น

ประเทศยอดฮิตสำหรับล่าแสงเหนือ

ประเทศไฮไลต์ สีแสงเหนือที่มักเจอ
ไอซ์แลนด์พบได้ทั่วเกาะ
มีฉากหน้าอลังการทั้งน้ำตก ภูเขา
และธารน้ำแข็ง และไม่ต้องขับรถไกลจากเมือง
สีเขียวสดและสีม่วง/ชมพูแซมปลาย
เมื่อค่า Kp สูง
นอร์เวย์(Tromsø / Lofoten)เมืองหลวงแสงเหนือ คลาสสิกที่สุดด้วยวิวฟยอร์ด
และทะเลที่สะท้อนแสง
สีเขียวมรกตและสีแดง ที่ขอบบนสุด (ค่อนข้างเกิดได้ยาก)
ฟินแลนด์(Lapland)เหมาะกับการนอนดูแสงเหนือในบ้านกระจก (Igloo) ตอบโจทย์คนขี้หนาวสีเขียวอมเหลืองให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยาย
สวีเดน(Abisko)ฟ้าเปิดที่สุด
มีปรากฏการณ์ Blue Hole ลมช่วยพัดเมฆออก มีโอกาสเห็นด้วยตาเปล่าสูงมาก
สีเขียวนีออน สว่างและคมชัด ตัดกับดาวระยิบระยับ
รัสเซีย (Murmansk)ตอบโจทย์ทริปงบประหยัด ค่าใช้จ่ายถูกกว่ายุโรปโซนอื่น และได้วิวทุ่งหิมะกว้างใหญ่แบบ Tundraสีเขียวเห็นเป็นแถบกว้างเต็มตา ไม่มีตึกบัง

แสงเหนือที่ไหนสวยสุด สำหรับมือใหม่

ถ้าถามว่าแสงเหนือที่ไหนสวยสุด อาจตอบยากเพราะขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละที่ หากเน้นที่ความสะดวกและโอกาสเห็นสูง แนะนำเป็นแสงเหนือนอเวย์ เมือง Tromsø ครับ เพราะตั้งอยู่ใจกลางวงแหวนแสงเหนือพอดี โอกาสเห็นสูงมากแม้ค่าพลังงานต่ำ อีกที่คือไอซ์แลนด์ ซึ่งจะเหมาะกับสาย Road Trip ที่ชอบถ่ายรูปกับวิวธรรมชาติอลังการ

แสงเหนือนอร์เวย์

เรื่องที่ 3 : เคล็ดลับเลือกจุดชมแสงเหนือให้ปัง

เลือกเมืองเล็ก แสงเมืองน้อย โอกาสเห็นชัดกว่า

ศัตรูตัวฉกาจของการดูแสงเหนือไม่ใช่แค่เมฆ แต่คือแสงไฟจากเมือง ยิ่งเมืองสว่าง แสงเหนือจะยิ่งดูจางลง ดังนั้นเทคนิคสำคัญคือต้องออกห่างจากเมืองใหญ่ไปยังเมืองเล็ก ๆ หรือขับรถออกไปในที่มืดสนิทแทน ยิ่งมืดเท่าไหร่แสงสีเขียวบนฟ้าจะยิ่งดูสว่างและคมชัดมากขึ้นเท่านั้นครับ

เรื่องที่ 4 : แสงเหนือมีช่วงไหนของปี

ฤดูกาลล่าแสงเหนือโดยปกติจะเริ่มตั้งแต่ เดือนกันยายน – เดือนเมษายน ของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่ขั้วโลกเหนือมีความมืดมิดเพียงพอ ต่างจากช่วงฤดูร้อนที่ฟ้าสว่างตลอด 24 ชม. จึงไม่มีโอกาสมองเห็น

ทำไมช่วงต้นปี – เดือนมีนาคม มีโอกาสเห็นแสงเหนือสูง? 

เพราะเป็นช่วง Equinox (วิษุวัต) ที่แกนโลกเอียงรับพลังงานจากดวงอาทิตย์ได้ดีที่สุด และจากสถิติระบุว่าเดือนมีนาคมมักมีฟ้าเปิดมากกว่าช่วงกลางฤดูหนาวที่หิมะตกหนัก ทำให้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาทองของการมาดูแสงเหนือนั่นเอง

ค่า Kp (Kp-index) คืออะไร ช่วยพยากรณ์แสงเหนืออย่างไร

Kp Index คืออะไร ?

ค่า Kp (Kp-index) คือ ดัชนีชี้วัดระดับความรุนแรงของพายุสุริยะที่มีผลต่อสนามแม่เหล็กโลก โดยมีสเกลวัดตั้งแต่ 0 ถึง 9 ซึ่งใช้เป็นมาตรฐานสากลในการพยากรณ์โอกาสและความชัดเจนของการเกิดแสงเหนือ โดยยิ่งค่า Kp สูง แสงก็จะยิ่งกว้าง สว่าง และเห็นได้ในละติจูดที่ต่ำลงมา (ไกลจากขั้วโลก) มากขึ้นครับ นอกจากนี้ยังต้องรู้จัก G-Scale คือระดับความรุนแรงของพายุสุริยะ ที่ส่งผลกระทบต่อโลก โดยจะเริ่มนับเมื่อ Kp แตะระดับ 5 ขึ้นไป 

ค่า Kp (Index)ระดับพายุสุริยะ
(G-Scale)
ความคาดหวัง (Visibility)
Kp 0-2ปกติ (สงบ)เห็นเป็นแสงจาง ๆ หรือเส้นสีเขียวนิ่ง ๆ
ต้องอยู่ใกล้ขั้วโลกมาก ๆ เช่น Tromsø ถึงจะเห็น(ใช้กล้องถ่ายถึงจะสวย)
Kp 3-4ปานกลาง (Active)ระดับกลาง ๆ ที่แสงเริ่มมีความเคลื่อนไหว (Dancing Aurora) เห็นด้วยตาเปล่าชัดเจน
Kp 5 (G1)พายุระดับเล็กแสงสว่างจ้า เริ่มเห็นสีชมพู/ม่วงแซม
Kp 6 (G2)พายุระดับกลางแสงแผ่กระจายเป็นวงกว้าง เห็นได้ชัดแม้มีแสงจันทร์รบกวน
Kp 7-9 (G3-G5)พายุระดับรุนแรงระดับระเบิด แสงจะพุ่งพล่านทั่วฟ้า เปลี่ยนสีสันจัดจ้าน (แดง/ม่วง) และอาจเห็นได้ไกลถึงยุโรปตอนกลาง

เรื่องที่ 5 : ก่อนออกทริปต้องเตรียมตัวยังไง

การล่าแสงเหนือไม่ใช่แค่ซื้อตั๋วแล้วบินได้เลย แต่ต้องมีการวางแผนที่รัดกุมกว่าทริปทั่วไป นี่คือ 5 สิ่งสำคัญที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง:

  1. วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) : ต้องรีบทำแต่เนิ่น ๆ เพราะคิวจองยื่นวีซ่าของประเทศยอดฮิตอย่าง ไอซ์แลนด์ หรือ นอร์เวย์ มักจะเต็มเร็วมาก แนะนำให้วางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือนก่อนเดินทาง และเตรียมเอกสารการจองที่พัก/แผนการเดินทางให้ละเอียดที่สุด เพราะสถานทูตโซนนี้ค่อนข้างเข้มงวดครับ
  2. ใบขับขี่สากล & ทักษะการขับรถ : หากคุณเลือกไปไอซ์แลนด์ การเช่ารถขับเอง (Self-Drive) คือวิธีที่สะดวกที่สุดในการล่าแสง จึงต้องเตรียมใบขับขี่สากลให้พร้อม และที่สำคัญกว่าเอกสารคือทักษะการขับรถบนหิมะ/น้ำแข็ง เพราะถนนลื่นและอันตรายมากในช่วงฤดูหนาว ต้องศึกษาวิธีควบคุมรถและกฎจราจรให้แม่นยำ
  3. โหลดแอปที่จำเป็น :
    • My Aurora Forecast : ไว้ดูค่า Kp และแจ้งเตือนเมื่อแสงมา (Alert)
    • Windy : แอปพยากรณ์อากาศที่ดูทิศทางลมและเมฆ (Cloud Cover) ได้ละเอียดที่สุด (จำไว้ว่า ศัตรูของแสงเหนือคือเมฆ ไม่ใช่ค่า Kp ต่ำ)
    • Google Maps (Offline) : โหลดแผนที่เก็บไว้เลย เพราะจุดล่าแสงมักอยู่ในป่าเขาที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตอาจไปไม่ถึง
  4. การเงิน (Travel Card) : กลุ่มประเทศนอร์ดิกอย่าง สวีเดน, นอร์เวย์, ไอซ์แลนด์, ฟินแลนด์ เป็นสังคมไร้เงินสดแทบจะ 100% ร้านค้าส่วนใหญ่รับบัตรเครดิตหรือ Travel Card มากกว่าเงินสด แนะนำให้แลกเงินในบัตรไปให้พร้อม ซึ่งสะดวกและเรทแลกเปลี่ยนดีกว่าครับ
  5. เตรียมร่างกาย & ผิวพรรณ :
    • ปรับเวลานอน : การล่าแสงมักเริ่มตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึง ตี 2-3 ต้องฝึกร่างกายให้นอนดึกและตื่นสายได้
    • Moisturizer & Lip Balm : อากาศขั้วโลกนั้นแห้งจัด จำเป็นต้องเตรียมโลชั่นเข้มข้นและลิปมันไปโบกหนา ๆ ป้องกันผิวแตกและเลือดกำเดาไหลจากโพรงจมูกแห้งครับ

เรื่องที่ 6 : ควรจัดทริปกี่วันถึงจะมีโอกาสเจอแสงเหนือ

ทริปแสงเหนือไม่ใช่ทริประยะสั้นที่ไปแค่ 3 วันได้ ให้ท่องไว้ว่าธรรมชาติเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางทีเราอาจเจอพายุหิมะเข้า 3 วันติดก็เป็นได้ ดังนั้นเพื่อความแน่นอนแนะนำให้จัดทริปอย่างน้อย 5-7 วันขึ้นไป เผื่อไว้สำหรับวันฟ้าปิด หรือเหตุเหนือความคาดหมายอื่น ๆ และยิ่งอยู่นานโอกาสที่จะได้เจอวันที่ฟ้าใสและค่า Kp สูงก็ยิ่งมีมากขึ้น

เรื่องที่ 7 : ทริปล่าแสงเหนือกับความหนาวระดับติดลบ

สิ่งที่โหดหินที่สุดของทริปแสงเหนือไม่ใช่แค่เรื่องดวงว่าจะได้เห็นหรือไม่ แต่คือความโหดร้ายของสภาพอากาศกับอุณหภูมิตั้งแต่ -5 ไปจนถึง -20 องศาเซลเซียส ซึ่งต่างจากการเที่ยวหน้าหนาวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่อุณหภูมิเลขตัวเดียวยังพอเดินเที่ยวได้สบาย ๆ แต่สำหรับ อุณหภูมิติดลบ (Freezing) นั้นถือเป็นคนละโลก ความเย็นจะแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าธรรมดาจนปวดลึกถึงกระดูก ปลายมือปลายเท้าชาไร้ความรู้สึก และน้ำมูกอาจจับตัวเป็นน้ำแข็งได้ทันทีหากป้องกันไม่ดี

อีกสิ่งที่ต้องระวังคือ การยืนนิ่ง ๆ เพื่อรอแสงนานนับชั่วโมง ร่างกายจะสูญเสียความร้อนไวกว่าการเดินเที่ยวปกติถึง 3 เท่า ความทรมานนี้อาจทำให้หลายคนถอดใจหนีกลับขึ้นรถก่อนได้เห็นของจริง ดังนั้นควรเลือกเสื้อกันหนาวติดลบที่กันลมและกักเก็บความร้อนได้จริง จึงเป็นไอเทมช่วยชีวิตที่ขาดไม่ได้ หากชุดไม่พร้อม คุณอาจพลาดโอกาสสำคัญที่สุดในชีวิตไปเพราะทนความหนาวไม่ไหว

เรื่องที่ 8 : แต่งตัวยังไงให้อยู่กลางแจ้งได้นาน

หลักการสำคัญของการยืนสู้ภัยหนาวคือการแต่งกายทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ (Layering System) ห้ามใส่เสื้อหนาตัวเดียวจบเด็ดขาด เพราะอากาศระหว่างวันและกลางคืนต่างกันมาก การแบ่งชั้นจะช่วยให้กักเก็บความร้อนได้ดีที่สุดและถอด-ใส่ปรับอุณหภูมิได้ง่าย

การแต่งตัวแบบ Layering เหมาะสมกับทริปล่าแสงเหนือ
Layerหน้าที่หลักไอเทมที่ต้องมี
Base Layer(ด้านในสุด)สำหรับระบายเหงื่อไม่ให้ผิวเปียกชื้น (ถ้าเหงื่อออกแล้วแห้งช้า จะหนาวเข้ากระดูกทันที)เสื้อลองจอนกันหนาว Columbia Omni-Heat™ 3D รุ่น Midweight Stretch หรือลองจอนผ้า Wool (เน้นแบบแนบเนื้อ)
Mid Layer(ชั้นกลาง)ช่วยเก็บความร้อน ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทำหน้าที่เหมือนฉนวนกันความเย็นไม่ให้เข้าถึงตัวเสื้อ Fleece (ผ้าสำลี), เสื้อไหมพรม (Wool Sweater) หรือเสื้อกั๊กขนเป็ด
Outer Layer(ชั้นนอกสุด)กันลมและหิมะ
ควรเลือกเสื้อที่สามารถกันลม 100% เพื่อไม่ให้ความเย็นแทรกเข้ามาถึงตัวได้
เสื้อ Parka ขนเป็ดหนาพิเศษ หรือเสื้อสกี (Ski Jacket) ที่ระบุว่า Windproof/Waterproof
Bottoms(ท่อนล่าง)ป้องกันขาแข็งและลมเข้ากางเกงบุขนด้านใน หรือกางเกงสกีกันน้ำ (ไม่ควรสวมยีนส์)
Footwear(รองเท้า)ป้องกันความเย็นจากพื้น และกันลื่น เพราะต้องยืนบนหิมะนานรองเท้าบูทกันหิมะ ที่บุขนหนา, พื้นดอกยางลึกกันลื่น และต้อง กันน้ำ (Waterproof)
Accessories(อุปกรณ์เสริม)ปิดจุดที่สูญเสียความร้อนไวที่สุดหมวกไหมพรมปิดหู, ผ้าพันคอ, ถุงมือทัชสกรีน, ถุงเท้าขนแกะหนา ๆ

เรื่องที่ 9 : เรื่องที่ต้องเตรียมใจก่อนจัดทริป 

อุตส่าห์บินข้ามทวีปมาทั้งที ใคร ๆ ก็อยากเห็นแสงสวย ๆ ด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต แต่ทั้งนี้ก็มีเรื่องใหญ่ที่คนส่วนมากมักเข้าใจผิด จนบางครั้งอาจทำให้ผิดหวังในทริปแรกได้เลย

  • สีที่เห็น กับสีในกล้องไม่เหมือนกัน

ตาเห็นสีเทา… แต่กล้องเห็นสีเขียว อย่าเพิ่งใจเสีย นี่คือความจริงที่บริษัททัวร์ไม่ค่อยบอกครับ หากเจอแสงเหนือระดับเบา (Kp 1-3) ตาเปล่าของเราจะเห็นเป็นหมอกสีเทาจาง ๆ เท่านั้น เพราะเซลล์รับภาพในตาคนเราทำงานในที่มืดได้ไม่ดีเท่าเซนเซอร์กล้อง แต่พอยกกล้องถ่ายแบบ Long Exposure (เปิดหน้ากล้องนาน) ภาพจะออกมาเป็นสีเขียวสดใสทันที ดังนั้นถ้าเห็นฟ้าสว่างวาบ ๆ เหมือนเมฆสีขาว ให้รีบตั้งกล้องถ่ายดูครับ นั่นแหละของจริงเลย

การตั้งค่าที่แนะนำในการถ่ายภาพแสงเหนือ
  • ค่า Kp สูง… แต่บางครั้งก็ไม่เห็นอะไรเลย  

ต้องย้ำกันอีกสักครั้งว่าศัตรูสำคัญของแสงเหนือไม่ใช่ค่า Kp ที่น้อยไป แต่เป็น “เมฆ” ต่อให้คืนนั้นพายุสุริยะแรงระดับ G5 (Kp 9) แต่ถ้าท้องฟ้ามีเมฆบังมิด เราก็จะไม่เห็นอะไรเลย ในทางกลับกัน ค่า Kp 2-3 ในคืนที่ฟ้าเปิดโล่ง ก็ยังมีโอกาสเห็นแสงสวย ๆ มากกว่า ดังนั้นควรเช็กแผนที่เมฆในแอปฯ Windy ควบคู่ไปด้วยเสมอ

  • ความอดทนต้องเป็นเลิศ

อย่างที่บอกไปข้างต้น การมาล่าแสงเหนือต้องเตรียมตัวหลายด้านโดยเฉพาะแรงใจ การจะได้เห็นแสงเหนือด้วยตาตัวเองต้องอาศัยจังหวะ โชค และปัจจัยทางธรรมชาติมากมาย ดังนั้นความอดทนจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ในบางวันฟ้าอาจไม่เป็นใจ แม้จะเปิดโล่งแต่ยังไม่เห็น ก็อาจต้องทนยืนรอนาน ๆ หรือต้องตระเวนขับรถไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเห็นก็เป็นได้

เรื่องที่ 10 : เที่ยวให้คุ้ม! อย่าโฟกัสแค่แสงเหนือจนลืมความสวยงามตอนกลางวัน

อย่าลืมว่าแสงเหนือมาแค่ตอนกลางคืน (และมาแค่ไม่กี่ชั่วโมง) เวลาที่เหลืออีกกว่า 10-12 ชั่วโมงคือกำไรของชีวิตครับ ในโซนล่าแสงเหนือมีกิจกรรมสุดยอดมากมายที่หาทำที่อื่นไม่ได้ แนะนำให้จองกิจกรรม Day Trip ไว้ล่วงหน้าเลย เช่น ขับสโนว์โมบิลตะลุยทุ่งหิมะ, ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้า (Ice Cave), หรือนั่งรถลากเลื่อนสุนัขฮัสกี้ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบและคุ้มค่าตั๋วเครื่องบิน ต่อให้ทริปนั้นจะไม่เจอแสงเหนือเลยก็ตาม

กิจกรรมนั่งรถลากเลื่อนสุนัขฮัสกี้

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปล่าแสงเหนือที่ Go Mall

การเตรียมอุปกรณ์กันหนาวสำหรับทริปแสงเหนือเป็นเรื่องที่เปลืองงบที่สุด เพราะเสื้อกันหนาวเกรดขั้วโลก (Extreme Cold) แบรนด์ดังอย่าง Canada Goose, The North Face หรือ Moncler ราคาหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว หากซื้อมาแล้วอาจได้ใส่แค่ครั้งเดียวในรอบหลายปีก็ดูจะไม่คุ้มค่าเท่าไหร่

การเช่าเสื้อกันหนาวถือเป็นการแก้ปัญหาถูกจุด ที่ Go Mall เรามีเสื้อกันหนาวรุ่นท็อปสำหรับลุยหิมะและอากาศติดลบโดยเฉพาะ พร้อมกางเกงกันน้ำ ถุงมือ และรองเท้าบูท ครบจบในที่เดียว ให้คุณสวย หล่อ และอุ่นจริงในงบสบายกระเป๋า

ไม่ต้องทนหนาวจนหมดสนุก และไม่ต้องเจ็บตัวกับค่าชุดแพง ๆ แวะมาปรึกษาทีมงานมืออาชีพที่ Go Mall ก่อนบิน รับรองว่าทริปล่าแสงเหนือครั้งแรกของคุณจะประทับใจไม่รู้ลืม

FAQ

Q : เลือกเสื้อกันหนาวไปล่าแสงเหนือ ต้องดูที่อะไรเป็นหลัก?

หัวใจสำคัญคือต้อง “กันลม 100% (Windproof)” เพราะลมขั้วโลกแรงและหนาวมาก แนะนำเสื้อทรง Parka (พาร์ก้า) ที่ยาวคลุมสะโพกและมีฮู้ดเฟอร์ จะช่วยป้องกันลมตีหน้าและเก็บความอบอุ่นช่วงลำตัวได้ดีที่สุด

Q : แต่งตัวยังไงให้ดูคล่องตัว ไม่พอง?

ใช้เทคนิค Layering ครับ ชั้นในสุดเบสเลเยอร์ให้ใส่ชุดลองจอนกันหนาว Columbia Omni-Heat™ 3D รุ่น Midweight Stretch ที่บางแต่แนบเนื้อ ทับด้วยเสื้อ Fleece เบา ๆ แล้วค่อยใส่เสื้อโค้ทตัวนอกที่หนาเพียงตัวเดียว วิธีนี้จะขยับตัวถ่ายรูปได้ง่ายกว่าการใส่เสื้อไหมพรมหนา ๆ ทับกัน 3-4 ชั้น

Q : ถ่ายรูปกับแสงเหนือ ใส่เสื้อสีอะไรขึ้นกล้องที่สุด?

แนะนำ “สีสด/สีโทนร้อน” เช่น สีแดง สีเหลือง หรือสีส้ม ครับ เพราะจะตัดกับสีเขียวของแสงเหนือและสีขาวของหิมะได้ชัดเจนที่สุด ข้อห้ามคือสีดำหรือกรมท่า เพราะตัวเราจะจมหายไปกับความมืด

Q : ใส่กางเกงยีนส์ไปลุยหิมะได้ไหม?

ไม่ควรเด็ดขาด เพราะผ้ายีนส์ไม่กันลมและอุ้มน้ำ หากหิมะเกาะแล้วละลาย กางเกงจะเปียกและเย็นจนขาแข็ง แนะนำให้ใส่กางเกงสกีกันน้ำ หรือกางเกงขายาวที่บุขนด้านในจะปลอดภัยกว่าครับ

Q : รองเท้าผ้าใบแฟชั่น เอาไปใส่เดินบนหิมะได้ไหม?

ไม่ควรเด็ดขาด เพราะความเย็นจากพื้นน้ำแข็งจะทะลุมาถึงฝ่าเท้าเราไวมาก แนะนำให้ใช้รองเท้าบูทกันหิมะ (Snow Boots) โดยเฉพาะ ที่บุขนหนาด้านใน กันน้ำได้ และมีพื้นดอกยางลึกเพื่อกันลื่นเวลาเดินในที่มืดครับ

มือใหม่เตรียมเที่ยวหิมะ อ่านเทคนิคดีๆ ต่อที่นี่

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อรับสิทธิพิเศษจาก GOMALL

บัญชีของฉัน

ฝ่ายบริการลูกค้า

โทร. 084-085-9999 อีเมล gomallbkk@gmail.com
เปิดบริการทุกวัน
จันทร์-ศุกร์ เวลา 09:00 – 20:00 น.
เสาร์และอาทิตย์ เวลา 10:00 – 20:00 น.
ประเภท (หมวดหมู่ ) Main
แบรนด์
เพศ
เพศ
สี
ฟังก์ชัน
ฟังก์ชัน
อุณหภูมิ
อุณหภูมิ
ทริปแนะนำ
ทริปแนะนำ