ปัญหาโลกแตกของมือใหม่หัดเที่ยวเมืองหนาวคงไม่พ้น “ควรใส่เสื้อกันหนาวแบบไหน?” หรือ “เสื้อตัวนี้จะเอาอยู่ไหม?” เพราะความหนาวเย็นไม่ได้มีแค่ระดับเดียว หากเตรียมตัวไม่ดีประสบการณ์เที่ยวก็อาจกลายเป็นฝันร้ายได้ทันที ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า เสื้อกันหนาวมีกี่ประเภท เพื่อให้สามารถเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสม ตอบโจทย์กับทริปและกิจกรรมที่อยากไปทำมากที่สุด เพราะเสื้อแต่ละประเภทออกแบบมาเพื่อรับมือกับอุณหภูมิและสภาพอากาศที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันให้ชัดว่าเสื้อกันหนาวมีกี่ประเภท พร้อมเทคนิคการเลือกให้เป๊ะปัง ใส่แล้วอุ่นจริง ถ่ายรูปสวย และรอดทุกสภาพอากาศ
3 ปัจจัยที่ต้องรู้ในการเลือกเสื้อกันหนาว
ก่อนจะไปดูว่าเสื้อกันหนาวมีกี่ประเภท เราต้องสำรวจโจทย์ของทริปเราก่อนค่ะ โดยแนะนำให้พิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลักดังต่อไปนี้
- อุณหภูมิ (Temperature) : เช็กให้ชัวร์ว่าความหนาวของประเทศที่ต้องการไปอยู่ระดับไหน เช่น เลขตัวเดียว, ติดลบต้น ๆ หรือติดลบหนักมากระดับ -20°C (Extreme Cold)
- สภาพอากาศ (Weather Conditions) : ความหนาวมักมาพร้อมตัวแปรอื่นเสมอ เช่น มีลมแรง ฝนตก และที่สำคัญคือมีหิมะตกหรือไม่
- กิจกรรม (Activity) : ต้องสรุปให้ได้ก่อนว่าจะทำกิจกรรมประมาณไหนบ้าง เช่น เน้นเดินชิลสวย ๆ ในเมือง หรือสายลุยตามธรรมชาติ
เสื้อกันหนาวมีกี่ประเภท? รีวิวชัด ๆ เสื้อกันหนาวแบบไหนอุ่นที่สุด

เมื่อเรารู้โจทย์ของทริปแล้ว ก็มาถึงคำตอบของคำถามที่ว่าเสื้อกันหนาวมีกี่ประเภท และแบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด เราได้รวบรวม 7 ประเภทหลักที่สายเที่ยวตัวจริงต้องรู้จักมาให้แล้ว
1. Down Jacket (เสื้อขนเป็ด)
จุดเด่น : กล่าวได้ว่าเป็น “ที่สุดของการกันหนาว” โดยทำจากขนเป็ดหรือขนห่าน มีจุดเด่นที่น้ำหนักเบามาก แถมเก็บความร้อนได้ดีที่สุด ยิ่งค่า Fill Power สูงยิ่งอุ่นและฟู นุ่มสบาย ที่สำคัญคือไม่กินที่กระเป๋าเดินทาง
เหมาะกับ : อากาศหนาวจัด ถึงติดลบ (-5°C ถึง -30°C) ขึ้นอยู่กับความหนาและค่า Fill Power
*เกร็ดความรู้ : Fill Power หรือค่า FP คือดัชนีชี้วัดความฟูของขนเป็ด โดยยิ่งเลขเยอะ = ยิ่งอุ่นและเบา
- FP 550 – 600 : รุ่นมาตรฐาน เหมาะสำหรับใส่ในเมือง อากาศเย็นทั่วไป
- FP 700 – 800 : รุ่นคุณภาพสูง น้ำหนักเบา กันหนาวได้ดีเยี่ยม เหมาะกับทริปลุยหิมะ
- FP 800+ : ระดับ Hi-End เช่น เกรดนักปีนเขา อุ่นที่สุดและเบาสบาย ซึ่งมีราคาสูงที่สุดเช่นกัน

2. Synthetic Insulation Jacket (เสื้อใยสังเคราะห์)
จุดเด่น : มีลักษณะรวม ๆ คล้ายเสื้อขนเป็ด แต่ด้านในเป็นใยสังเคราะห์ เช่น Polyester แทน ข้อดีคือราคาย่อมเยา ดูแลรักษาง่ายกว่าขนสัตว์แท้ และที่สำคัญแม้จะเปียกน้ำแต่ยังอุ่นอยู่ ต่างจากขนเป็ดที่ถ้าเปียกจะแฟบและไม่กันหนาว
เหมาะกับ: อากาศหนาวชื้น (0°C ถึง 10°C) มีละอองฝน หรือคนที่แพ้ขนสัตว์
3. Parka (เสื้อพาร์กา)
จุดเด่น : เป็นเสื้อตัวยาวคลุมสะโพกถึงต้นขา มักมาพร้อมฮู้ดใหญ่แต่งขนเฟอร์ โดยผ้าด้านนอกหนาและแข็งแรงเพื่อกันลมและกันน้ำ เป็นเสื้อที่ออกแบบมาเพื่อความอยู่รอดในสภาพอากาศเลวร้ายโดยเฉพาะ
เหมาะกับ : เดินลุยหิมะ พายุลมแรง หรืออากาศติดลบหนัก ๆ (-10°C ถึง -30°C+)
4. Wool Coat / Overcoat (เสื้อโค้ทผ้าวูล)
จุดเด่น : ทำจากผ้าขนสัตว์ (Wool) ผสมใยสังเคราะห์ เน้นความสวยงาม ทรงภูมิฐาน ให้ลุคแฟชั่นนิสต้า ใส่ถ่ายรูปสวยที่สุด แต่มีน้ำหนักเยอะ และอาจไม่เหมาะกับสภาพอากาศที่มีลมแรง
เหมาะกับ : เดินเที่ยวในเมือง อุณหภูมิเลขตัวเดียวถึงติดลบต้น ๆ แนะนำให้ใส่ Heattech หรือเสื้อไหมพรมด้านใน เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นอีกชั้น
5. Trench Coat (เสื้อโค้ทกันลม)
จุดเด่น : เสื้อคลุมตัวยาว เนื้อผ้าบาง ทำหน้าที่กันลมและกันฝนเป็นหลัก ไม่ได้มีฉนวนกันหนาวหนา ๆ เหมือนแบบอื่น ซึ่งให้ลุคคลาสสิกสไตล์ผู้ดีอังกฤษ
เหมาะกับ : อากาศเย็นสบาย (10°C ถึง 20°C) ช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้ผลิ ไม่เหมาะกับอากาศหนาวจัด
6. Fleece Jacket (เสื้อผ้าฟลีซ)
จุดเด่น : ทำจากใยสังเคราะห์ที่มีความฟู นุ่มนิ่ม ระบายอากาศได้ดี ให้ความอบอุ่นได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ลมสามารถพัดทะลุผ่านได้ง่าย
เหมาะกับ : ใส่อยู่ในอาคาร หรือใช้เป็นเสื้อตัวใน (Mid-layer) สวมทับด้วยเสื้อกันหนาวกันลมอีกชั้น
7. Ski Jacket / Hard Shell (เสื้อสกี/เสื้อกันลมกันน้ำ)
จุดเด่น : ผ้าด้านนอกมีความแข็งแรงมาก สามารถกันน้ำและลมได้แบบ 100% มีช่องระบายอากาศเพื่อไม่ให้เหงื่อออกจนตัวเปียกชื้น มักดีไซน์เน้นความคล่องตัว
เหมาะกับ : กิจกรรมลุย ๆ เช่น สกี สโนว์บอร์ด ปีนเขา หรือเดินป่า

ตารางสรุปเสื้อกันหนาวประเภทไหน เหมาะกับอุณหภูมิเท่าไหร่?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเสื้อกันหนาวมีกี่ประเภทและแต่ละแบบรับมือความหนาวได้แค่ไหน ดูได้จากตารางนี้เลยค่ะ
| ประเภทเสื้อกันหนาว | ระดับการกันหนาว | จุดเด่น | อุณหภูมิที่เหมาะสม | เหมาะกับใคร / กิจกรรมไหน |
| Down Jacket (เสื้อขนเป็ด/ขนห่าน) | ⭐⭐⭐⭐⭐ | อุ่นที่สุด เบา ฟู พับเก็บง่าย | -5°C ถึง -30°C | เที่ยวเมืองหนาวจัด ต้องการความอุ่นสูง |
| Synthetic Insulation Jacket (เสื้อใยสังเคราะห์) | ⭐⭐⭐⭐ | เปียกแล้วยังอุ่น ดูแลง่าย ราคาเข้าถึง | 0°C ถึง 10°C | อากาศหนาวชื้น หรือคนแพ้ขนสัตว์ |
| Parka (เสื้อพาร์กา) | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ตัวยาว กันลม กันน้ำ ดีเยี่ยม | -10°C ถึง -30°C+ | ลุยหิมะ ลมแรง อากาศติดลบหนัก |
| Wool Coat / Overcoat (เสื้อโค้ทผ้าวูล) | ⭐⭐⭐ | ทรงสวย ลุคแฟชั่น ถ่ายรูปดี | 0°C ถึง -5°C | เดินเที่ยวในเมือง (City Walk) |
| Trench Coat (เสื้อโค้ทกันลม) | ⭐⭐ | กันลม กันฝนบาง ๆ ลุคคลาสสิก | 10°C ถึง 20°C | ช่วงฤดูใบไม้ร่วง / ใบไม้ผลิ |
| Fleece Jacket (เสื้อผ้าฟลีซ) | ⭐⭐ | นุ่ม อุ่นระดับกลาง ระบายอากาศดี | ใช้เสริมทุกอุณหภูมิ | ใส่ในอาคาร หรือเป็น Mid-layer |
| Ski Jacket / Hard Shell (เสื้อสกี/กันลมกันน้ำ) | ⭐⭐⭐⭐ | กันน้ำ กันลม คล่องตัวสูง | ขึ้นกับ Layer ด้านใน | สายลุย ทั้งสกี สโนว์บอร์ด เดินป่า |

Go Mall Pro Tip : สำหรับทริปติดลบหรือลุยหิมะ จำเป็นต้องใส่แบบ Layering System (3-4 ชั้น) เสมอ เพราะ Ski Jacket ทำหน้าที่เป็น “เกราะกันลมกันน้ำ” (Shell) เท่านั้น ความอุ่นที่แท้จริงจะมาจากการแมตช์เสื้อตัวใน (Base Layer + Mid Layer) ให้เหมาะสม
เลือกเสื้อกันหนาวให้แมตช์กับทุกทริปของคุณ

สาย City Walk เน้นถ่ายรูป (โตเกียว/โซล/ลอนดอน)
แนะนำ: เลือก Wool Coat ทรงสวยๆ หรือ Down Jacket ดีไซน์ทันสมัย จับคู่กับ Heattech และผ้าพันคอเก๋ ๆ ก็เอาอยู่และได้รูปสวยปัง
สายลุยหิมะ ล่าแสงเหนือ (ฮอกไกโด/ไอซ์แลนด์)
แนะนำ: ต้องเน้นฟังก์ชันมาก่อนแฟชั่น ควรเลือก Parka หรือ Heavy Down Jacket (ขนเป็ดหนา) ที่ผ้าด้านนอกกันน้ำกันลมได้จริง เพราะต้องยืนท่ามกลางอากาศติดลบนาน ๆ
สาย Adventure / Ski (สกีรีสอร์ท/เดินป่า)
แนะนำ: เลือก Ski Jacket หรือ Hard Shell ใช้หลักการ Layering System หรือคือ เสื้อในระบายเหงื่อ + เสื้อกลางกันหนาว + เสื้อนอกกันน้ำ เพื่อความคล่องตัวสูงสุด
จะซื้อหรือจะเช่าเสื้อกันหนาวดี? แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

เมื่อรู้แล้วว่าเสื้อกันหนาวมีกี่ประเภท หลายคนอาจเริ่มคำนวณงบประมาณ ลองพิจารณาข้อดีของการ “เช่า” เทียบกับ “ซื้อ” ดูกันค่ะ
ข้อดีของการเช่า
- ประหยัดงบ : จ่ายเพียงหลักร้อยถึงหลักพันต้น ๆ แต่ได้ใส่เสื้อแบรนด์เนมราคาหลักหมื่น ประหยัดเงินไปช้อปปิ้งอย่างอื่นได้เยอะ
- ได้ของแท้คุณภาพสูง : การันตีของแท้ ได้ใส่แบรนด์ระดับโลกอย่าง The North Face, Canada Goose, Moncler ซึ่งกันหนาวได้จริง
- เปลี่ยนลุคได้ทุกทริป : หมดปัญหากลัวเพื่อนจำชุดได้ ไม่ต้องเสื้อตัวเดิมซ้ำ ๆ ทุกทริป
- ไม่ต้องดูแลรักษา : เสื้อขนเป็ดและเสื้อโค้ทดูแลยากมาก ต้องส่งซักแห้งเฉพาะทางและต้องคอยตบให้ฟู การเช่าตัดปัญหานี้ไปเลย เพราะร้านจัดการให้หมด
- ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ : เสื้อกันหนาวกินที่ในตู้เสื้อผ้ามาก โดยเฉพาะเมืองไทยที่อากาศร้อน เช่าเสร็จคืนร้าน จบปัญหาบ้านรก
ข้อดีของการซื้อ
- ความคุ้มค่าในระยะยาว (Cost per Wear) : หากคุณเดินทางไปเมืองหนาวบ่อยๆ (3-4 ทริปต่อปี) หรือไปเรียนต่อ การลงทุนซื้อเสื้อคุณภาพดีสักตัวที่ใส่ได้นาน 5-10 ปี หารเฉลี่ยออกมาแล้วอาจคุ้มกว่า
- พร้อมใช้งานทันที : ไม่ต้องเสียเวลาจอง ไม่ต้องกลัวของหมด หรือต้องรีบคืนตามกำหนด อยากหยิบไปใส่เดินห้างหรือดูหนังในไทยก็ทำได้
- ขายต่อได้ราคา (Resale Value) : หากซื้อแบรนด์ดังที่เป็นที่ต้องการของตลาด เช่น Moncler, Canada Goose หรือ The North Face เมื่อเบื่อแล้วสามารถนำไปขายต่อมือสองได้ราคาดี ไม่เจ็บตัวมาก
- ปรับแก้ทรงได้ตามใจ : เพราะเป็นของส่วนตัว เราสามารถนำไปแก้ทรง ตัดความยาวแขน หรือปรับให้เข้ากับสรีระของเราที่สุดได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าปรับ
เตรียมตัวให้พร้อมเที่ยวเมืองหนาวที่ Go Mall ร้านเช่าเสื้อกันหนาวครบวงจร
ทุกคนคงพอจะเห็นภาพแล้วว่าเสื้อกันหนาวมีกี่ประเภท และแบบไหนที่เหมาะกับคุณ การเลือกเสื้อกันหนาวที่ใช่ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น แต่ยังทำให้คุณเที่ยวได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องทรมานกับความหนาว
ใครที่กำลังมองหาเสื้อกันหนาวแบรนด์เนมคุณภาพเยี่ยม แต่ไม่อยากลงทุนซื้อแพง ๆ Go Mall คือคำตอบ ร้านเช่าเสื้อกันหนาวครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ มีให้เลือกครบทุกแบบไม่ว่าคุณจะไปไหน ทำกิจกรรมอะไร เราพร้อมแนะนำและเลือกไซซ์ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
ไม่ต้องปวดหัวเลือกซื้อ ทักหา Go Mall วันนี้ เพื่อเตรียมลุคปัง ๆ ให้ทริปหน้าหนาวของคุณกันเถอะค่ะ



